eWithholding Tax บริการแต่งตั้งเอไอเอส เป็นตัวแทน หักภาษี ณ ที่จ่าย

บริการแต่งตั้งเอไอเอส เป็นตัวแทน หักภาษี ณ ที่จ่าย

ลูกค้าเอไอเอสนิติบุคคล แต่งตั้งให้เอไอเอส เป็นตัวแทนหัก และนำส่งภาษี ณ ที่จ่าย เพื่อเพิ่มความสะดวกและรวดเร็วในการชำระค่าบริการให้ธุรกิจของท่านในการนำส่งภาษี ณ ที่จ่าย

ลดเวลาจัดทำเอกสาร และยื่นภาษีทุกเดือน

สะดวกมากขึ้น ในการยื่นภาษี

รวดเร็วในการชำระค่าบริการ

ทุกช่องทางที่ท่านชำระเงิน สามารถแต่งตั้งเอไอเอสนำส่งภาษีแทนได้

ตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 457)

เรื่อง กำหนดคุณสมบัติ หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการเป็นตัวแทนหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายและนำส่งภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย แทนผู้จ่ายเงินได้

การปรับเปลี่ยนจากอากรแสตมป์แบบดวงเป็นแบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Stamp)   ท่านสามารถดำเนินการสมัครบริการแต่งตั้งบริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส  เน็ทเวอร์ค จำกัด เป็นตัวแทนหักภาษี ณ ที่จ่าย ได้ที่ AIS Shop, ASP และ Telewiz ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 เป็นต้นไป

 

หากต้องการสอบถามเพิ่มเติม กรุณาส่งอีเมล มาที่ Taxbusiness@ais.co.th 

วิธีการสมัครบริการ

1. กรอกข้อมูลของบริษัท และ ดาวน์โหลดแบบฟอร์ม หนังสือแต่งตั้งบริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส  เน็ทเวอร์ค จำกัด เป็นตัวแทนหักภาษี ณ ที่จ่าย

2. บริษัทลงนามโดยกรรมการ หรือผู้มีอำนาจ พร้อมชำระอากรแสตมป์อิเล็กทรอนิกส์ (e-Stamp) สำหรับยินยอมให้เป็นผู้ดำเนินการหักภาษี ณ ที่จ่ายแทน

  • วิธีชำระอากรแสตมป์อิเล็กทรอนิกส์ (e-Stamp) สำหรับยินยอมให้เป็นผู้ดำเนินการหักภาษี ณ ที่จ่ายแทน คลิก

3. เมื่อกรอกแบบฟอร์มหนังสือแต่งตั้งบริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส  เน็ทเวอร์ค จำกัด เป็นตัวแทนหักภาษี ณ ที่จ่าย และชำระอากรแสตมป์อิเล็กทรอนิกส์ (e-Stamp) เรียบร้อยแล้ว


หากกรรมการผู้มีอำนาจมาดำเนินการด้วยตนเอง กรุณายื่นเอกสารดังต่อไปนี้ที่ AIS Shop, ASP และ Telewiz

  1.  แบบฟอร์ม หนังสือแต่งตั้งบริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส  เน็ทเวอร์ค จำกัด เป็นตัวแทนหักภาษี ณ ที่จ่าย
  2.  แบบขอเสียอากรแสตมป์เป็นตัวเงินสำหรับตราสารอิเล็กทรอนิกส์ อ.ส. 9 (e-Stamp)
  3. สำเนาบัตรประชาชนกรรมการผู้มีอำนาจ ที่ตรงกับหนังสือรับรองบริษัท
    สำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล (ไม่เกิน 1 ปี)

 

เอกสารทุกฉบับลงลายเซ็น พร้อมประทับตราบริษัท (ถ้ามี)  *เอกสารประกอบเพิ่มเติมกรณีมอบอำนาจให้บุคคลอื่นดำเนินการแทน

  • สำเนาหนังสือมอบอำนาจ
  • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของกรรมการผู้มีอำนาจลงนามที่เป็นผู้มอบอำนาจ

เอกสารทุกฉบับลงลายเซ็น พร้อมประทับตราบริษัท (ถ้ามี)

 

ระยะเวลาดำเนินการ 3 วันทำการ หลังจากท่านยื่นเอกสารถูกต้อง ครบถ้วน โดยนับวันทำการถัดไปเป็นวันที่ 1 เช่น ลูกค้ายื่นเอกสารในวันที่ 1 มิ.ย. 2568 ลูกค้าสามารถติดต่อชำระค่าบริการได้ตั้งแต่วันที่ 5 มิ.ย. 2568 เป็นต้นไป และเมื่อดำเนินการเรียบร้อยจะแจ้งผลกลับทางอีเมล

ช่องทางการสมัคร

  • AIS Shop, ASP และ Telewiz ทุกสาขาทั่วประเทศ 
รายละเอียด สาขา AIS Shop

คำถามพบบ่อย

ไม่สามารถใช้ได้ ตามประกาศของกรมสรรพากรฉบับที่ 457 ลูกค้านิติบุคคลที่ต้องการแต่งตั้งแต่งตั้งให้เอไอเอส เป็นตัวแทนหัก และนำส่งภาษี ณ ที่จ่าย  ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 เป็นต้นไป ต้องใช้ตราสารอิเล็กทรอนิกส์ อ.ส. 9 (e-Stamp) 

ลูกค้าสามารถเข้าไปที่เว็บไซต์ https://www.rd.go.th/272.html หรือ https://efiling.rd.go.th/rd-cms/ เพื่อชำระอากรแสตมป์อิเล็กทรอนิกส์ (e-Stamp) สำหรับยินยอมให้เป็นผู้ดำเนินการหักภาษี ณ ที่จ่ายแทนและดำเนินการได้ตามขั้นตอนนี้ คลิก

30 บาท

AIS  ไม่สามารถยื่นสมัครบริการได้ เนื่องจากเอกสารประกอบการสมัครยังไม่ครบถ้วน ผิดระเบียบของกรมสรรพากร

ตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 457)เรื่อง กำหนดคุณสมบัติ หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการเป็นตัวแทนหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายและนำส่งภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย แทนผู้จ่ายเงินได้ การปรับเปลี่ยนจากอากรแสตมป์แบบดวงเป็นแบบอิเลคทรอนิกส์ (e-Stamp)

AIS จะไม่ได้ส่งสรุปรายการทั้งปีให้ ลูกค้าตรวจสอบรายการหักภาษี ณ ที่จ่าย ได้จากใบเสร็จรับเงิน/ใบกำกับภาษี ณ วันที่ชำระค่าบริการ

อากรแสตมป์แบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Stamp Duty) ชำระผ่านระบบออนไลน์ของกรมสรรพากรผ่านเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันที่ได้รับอนุญาต ได้รับใบเสร็จรับเงินอิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถพิมพ์แนบกับเอกสาร หรือแนบไฟล์ดิจิทัลไปกับเอกสารได้ทันที มีระบบตรวจสอบความถูกต้องและความครบถ้วนของข้อมูลแบบเรียลไทม์

สามารถแก้ไขได้ ก่อนชำระเงิน เท่านั้น โดยต้องแก้ไขข้อมูลแล้วนำเข้าระบบใหม่ และลบรายการเดิมที่ข้อมูลผิดออกจากระบบ หากชำระเงินแล้วจะไม่สามารถแก้ไขได้โดยตรง แต่สามารถยื่นคำร้องขอยกเลิกและขอคืนเงิน (หากเข้าเงื่อนไข) แล้วดำเนินการใหม่อีกครั้ง

ถือว่าใช้ได้ และสามารถชำระอากรผ่านระบบ e-Stamp Duty ได้ตามปกติ ตราบใดที่ระบบลายเซ็นดิจิทัลเป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์

ตราสารที่ไม่เสียอากรจะไม่สามารถใช้เป็นหลักฐานในศาลได้ และถือว่าไม่ชอบด้วยกฎหมาย อาจกระทบต่อความน่าเชื่อถือของสัญญา และอาจมีค่าปรับย้อนหลังอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://gestampduty.com/liability/

ชำระอากรซ้ำซ้อน ชำระผิดพลาด  ตราสารไม่มีผลใช้บังคับ (เช่น สัญญาถูกยกเลิกก่อนใช้) โดยต้องยื่นคำร้องขอคืนภายใน 6 เดือน นับแต่วันที่ชำระ อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://gestampduty.com/stamp-duty-refund

ต้องเสียเช่นกัน โดยสามารถชำระผ่านระบบ e-Stamp Duty ของกรมสรรพากร ซึ่งรองรับเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ เช่น PDF, Word ที่มีลายเซ็นดิจิทัล และถ้ามีจำนวนรายการที่ต้องชำระเป็นจำนวนมาก สามารถติดต่อใช้งานได้ที่ระบบ GeStamp Duty https://gestampduty.com/contact-us/

กรณีใช้อากรแสตมป์แบบกระดาษ ต้องซื้อดวงแสตมป์และติดบนเอกสาร ขีดค่า พร้อมเซ็นชื่อกำกับ เมื่อติดอากรแสตมป์แล้ว ต้องขีดฆ่าบนดวงแสตมป์และระบุวันเดือนปี มิฉะนั้นจะถือว่ายังไม่ได้ใช้แสตมป์นั้นอย่างสมบูรณ์ หากลงวันเดือนปีเป็นเท็จมีโทษทางอาญา แต่หากใช้อากรแสตมป์อิเล็กทรอนิกส์ จะใช้รหัสรับรอง (e-Stamp duty QR code) แทน และแนบเป็นหลักฐานประกอบตราสารอิเล็กทรอนิกส์ โดยจะนำ QR Code นี้ใส่ในเอกสารหรือไม่ก็ได้

มีหลายแหล่ง เช่น:  เว็บไซต์กรมสรรพากร แอป “RD Smart Tax” เว็บไซต์ผู้ให้บริการระบบอากรแสตมป์ เช่น www.gestampduty.com ที่จะคำนวณค่าอากรให้ในทุกรายการ

เอกสาร: แบบ ภ.อ.01.2 ข้อตกลงในการจัดทำและยื่นรายการข้อมูลการเสียภาษีอากรผ่าน API กรณีธนาคารหรือนิติบุคคลที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของหน่วยงานของรัฐ สำเนาหนังสือรับรองทะเบียนนิติบุคคล ไม่เกิน 6 เดือน (เซ็นสำเนาถูกต้องด้วยลายมือ พร้อมตราประทับ ถ้ามี) ในกรณีที่ลูกค้ามอบอำนาจให้จัดการ จะต้องมีหนังสือมอบอำนาจพร้อมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้มอบอำนาจ เซ็นสำเนาถูกต้องด้วยลายมือ

อากรแสตมป์แบบดวง

1.เป็นแสตมป์กระดาษที่ต้องติดลงบนเอกสารต้นฉบับเพื่อแสดงการชำระภาษีอย่างถูกต้อง

2.ต้องซื้อจากหน่วยงานราชการหรือร้านค้าที่ได้รับอนุญาต เช่น ที่ทำการไปรษณีย์หรือกรมสรรพากร

3.ผู้ใช้งานต้องเซ็นชื่อกำกับและประทับตราวันที่ลงบนแสตมป์เพื่อป้องกันการนำกลับมาใช้ซ้ำ

4.มีข้อจำกัดในเรื่องของพื้นที่จัดเก็บและความเสี่ยงต่อการสูญหายหรือเสียหายของแสตมป์

 

อากรแสตมป์แบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Stamp Duty)

1.ชำระผ่านระบบออนไลน์ของกรมสรรพากรผ่านเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันที่ได้รับอนุญาต

2.ได้รับใบเสร็จรับเงินอิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถพิมพ์แนบกับเอกสาร หรือแนบไฟล์ดิจิทัลไปกับเอกสารได้ทันที

3.มีระบบตรวจสอบความถูกต้องและความครบถ้วนของข้อมูลแบบเรียลไทม์

4.ไม่ต้องเดินทางไปซื้อแสตมป์หรือเสี่ยงต่อการสูญหายของแสตมป์กระดาษ ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางและเวลาในการดำเนินงาน

 

ขั้นตอนการดำเนินการ
1
ลูกค้าแต่งตั้งเอไอเอส เป็นตัวแทนหัก และ นำส่งภาษี ณ ที่จ่ายแทน
2
ชำระเต็มจำนวนตามยอดใน ใบแจ้งค่าบริการที่เรียกเก็บ
3
เอไอเอสหักและ นำส่งภาษี ณ ที่จ่ายแทน

ช่องทางการรับชำระค่าบริการสำหรับลูกค้านิติบุคคล

กรณีลูกค้าแต่งตั้งเอไอเอสเป็นตัวแทนหักและนำส่งภาษีหัก ณ ที่จ่าย

ช่องทางที่

ช่องทางการชำระเงิน

เงินสด

เช็คจ่าย

บัตรเครดิต

1

AIS Shop

2

Telewiz

3

ส่ง cheque มาทางไปรษณีย์ (mail in cheque)

4

eBusiness Portal

5

ตัวแทนรับชำระ(เช่น Big-C, Lotus, TOT, MWA (ประปา),ไปรษณีย์ (Post office), PayStation)

6

Internet & Mobile Banking, LINE Pay

7

ธนาคาร (ATM, Counter Bank) *นำใบแจ้งค่าใช้บริการมาชำระเงิน

8

รับเรียกเก็บเงินของธนาคารผ่านอิเล็กทรอนิกส์ eBPP

9

หักบัญชีธนาคาร และ บัตรเครดิตรายเดือนแบบอัตโนมัติ

10

โอนผ่านธนาคาร

ช่องทางในการชำระค่าบริการ

ธนาคารกรุงเทพ
ธนาคารกรุงไทย
ธนาคารกรุงศรีอยุธยา
ธนาคารกสิกรไทย
ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย
ธนาคารทีเอ็มบีธนาชาติ
ธนาคารทิสโก้
ธนาคารไทยพาณิชย์
ธนาคารเพื่อการเกษตร และสหกรณ์
ธนาคารยูโอบี
ธนาคาร แลนด์ แอนด์ เฮาส์
ธนาคารออมสิน
ธนาคารอาคารสงเคราะห์
การประปานครหลวง
เซ็นทรัลเพย์ / แฟมิลี่มาร์ท
โลตัส
บัตรเครดิตวีซ่า
บัตรเครดิตมาสเตอร์การ์ด
บัตรเครดิตอเมริกัน เอ็กซ์เพรส
บัตรเครดิตเจซีบี
บิ๊กซี
ไปรษณีย์ไทย
เพย์สเตชัน
แรบบิท-ไลน์ เพย์